แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ it-tip แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ it-tip แสดงบทความทั้งหมด

ไม่มี Grave Accent ~ ในการตั้ง short key ปุ่มเปลี่ยนภาษา

ไม่มี Grave Accent ~ ในการตั้ง short key ปุ่มเปลี่ยนภาษา

จะเปลี่ยนภาษา ~ ให้ใช้งานได้ 
ไปที่ start >setting >control panel 
ดับเบิ้ลคลิกที่ Regional and Language Option 
เลือกแถบ Regional Option 
อันบนเปลี่ยนเป็น thai ล่างสุด thailand 
เลือกแถบ Languages 
ใส่เครื่องหมายถูกหน้า install files for complex script..... ต้องมี แผ่น win xp ด้วย 
แล้ว ok 
แล้วไปแถบ advance เลือก thai 
แล้ว ok 
แล้วมาที่ แถบ languages ในกรอบ text services and input language ให้เลือก details... 
เลือกแถบ setting ในกรอบ Installed Services ให้เลือกปุ่ม add เพิ่มตั้งค่าเพิ่มภาษาของแป้นพิมพ์ 
แล้ว ok แร้วคลิก key setting เลือก switch between input language แล้ว ไปที่ change key sequence.. 
แล้วเลือก Grave Accent ~ แล้ว ok 

ที่มา http://www.oknation.net
Read more

คอมบูทช้่า,restart ช้า เข้ามาครับ - การเร่งความเร็วในการ restart คอม

คอมบูทช้่า,restart ช้า เข้ามาครับ - การเร่งความเร็วในการ restart คอม

1. โดยปกติเมื่อเปิดเครื่องเข้า winxp นานประมาณ 30 วินาทีอาจไม่ทันใจพวกเรานัก 
ไปที่ start>run พิม cmd แล้ว enter
มันจะขึ้นมาเป็น Dos พร้อม พิมพ์ bootcfg /timeout 5 
แล้วกด enter 
แล้วลองเข้า winxp ใหม่

2.
shutdown ของ winxp 
ใครก็รู้ว่ามันนานมาก ทิปนี้จาสามารถปิดเครื่องจากธรรมดา 50 วินาที จะเหลือเพียง 20-25 วินาที 
โดยไปที่ start >run พิมพ์ regedit 
HKEY_CURRENT_USER\control panel\desktop 
ในกรอบด้านขวา HungAppTimeout ว่ามีค่าเท่ากับ 5000 ตามค่า default ให้เปลี่ยนเป็น 2000 
จากนั้นดูที่ WaitToKillAppTimeout จะเห็นค่า default เท่ากับ 20000 ให้ดับเบิ้ลคลิก แล้วแก้เป็น 4000 
จากนั้นไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Control 
ที่ด้านขวา แก้ไขค่า WaitToKillServiceTimeout จาก 20000 ให้เท่ากับ 4000 
ปิดโปรแกรม แล้วลองปิดเครื่อง........................................

3.
หยุดเวลาสตาร์ท winxp ให้เร็วขึ้น 
เวลาเปิดเครื่องคอม ตอนเริ่มต้นจะนานเป็นพิเศษเนื่องจากไมโครซอฟให้มีการหน่วงเวลาไว้ประมาณ 30 วินาที ก่อนเข้าสู่การใช้งาน 
เราสามารถให้ไม่ต้องหน่วงเวลาได้ ดังนี้ 
คลิกขวา my com > propoties 
แถบ advance ที่กรอบ startup and recovery กด setting ให้เอาเครื่องหมายถูกออกหน้า time to display list of operating systems ออก 
แล้ว ok 

4.
ปิด xp ให้เร็วขึ้นอีกหน่อย 
เวลาส่วนหนึ่งของการปิด win ทุกเวอร์ชัน จะถูกใช้ในการรอโหลดไฟล์เสียง ดังนั้นท่านสามารถปิดเสียงที่ไม่ค่อยมีประโยชน์นี้ เพื่อเร่งให้ xp ปิดเครื่องได้เร็วขึ้นอีกหน่อย 
ไปที่ start >setting>control panel ไปที่ sound and audio device 
ไปแถบ sounds สังเกตที่ program event เลือกไปที่เหตุกาน 
exit windows กำหนด sound ด้านล่างให้เป็น none แล้ว ok 

เครดิต http://www.oknation.net
Read more

วิธีการดูดรูปจาก facebook เพื่อนทีละ ทั้งอัลบั้ม ไม่ต้องเซฟทีละรูป


วิธีการดูดรูปจาก facebook เพื่อนทีละ ทั้งอัลบั้ม ไม่ต้องเซฟทีละรูป
สวัสดีครับ หลังจากกระผมมือหงิกเพราะนั่งเซฟรูปสาวคนหนึ่ง (น่ารักอะSweet Kiss)
จากอัลบั้มในเฟซบุคของเธออย่างขมักเขม้น เป็นจำนวนราวๆ 400 รูปได้
หลังจากเซฟเสร็จ เพื่อนก็ดันมาบอกให้เจ็บใจว่า “จะนั่งเซฟทำไมล่ะฮึ ?”Angry
“เดี๋ยวนี้เค้ามีบริการดาวน์โหลดรูปภาพยกครัวแล้วแบบเลือกได้แล้ว” แล้วมันก็พึ่งมาบอกตอนที่เซฟเสร็จแล้วCrying
มือหงิกหมดแล้วเนี่ย บอกตอนที่สายยังดีกว่าไม่บอก ไว้คราวหน้ากระผมค่อยทำตามที่เพื่อนบอกละกัน
ดังนั้นขอแนะนำก่อนเลย เผื่อว่าคุณต้องการเซฟรูปภาพจาก Facebook แบบหล่อเลือกได้ สวยเลือกดี สตรีมีครรภ์ถูกใจ ชายไทยชื่นชอบ
กระผมขอแนะนำ 2 เว็บที่ช่วยท่านเซฟรูปภาพเลยละกัน ไม่ต้องมาเซฟมือยิกๆๆๆกันอีกแล้ว

http://www.picknzip.com เพียงคุณเข้าสู่ระบบด้วยการคลิ๊กที่ปุ่มไม่กี่ครั้ง
ระบบของ picknzip จะทำการแสดงรูปภาพจากเพื่อน ,กลุ่ม ,แฟนเพจทั้งหมดที่คุณมี

จากนั้นคุณก็สามารถเลือกภาพที่ต้องการ แล้วเมื่อต้องการดาวน์โหลดภาพนั้นมาเก็บไว้ในเครื่องของคุณ
เพียงแค่กดปุ่ม download ตามภาพด้านล่างนี้ คุณยังสามารถเลือกให้ระบบทำการบีบอัดเป็นไฟล์ให้ได้ด้วย

“รับรองว่าแจ๋วแจ่มจรัส ลองแล้วจะติดใจ” Big Smile
ยังๆๆ ยังไม่หมด ขอแนะนำอีกเว็บนึง
http://www.getphotolive.com/
วิธีใช้เชิญท่านลองมั่วๆเองไม่ยากครับ   ตัว manual save ของเว็บนี้
สามารถสั่งเซฟภาพจากหน้าเว็บใดๆ นอกเหนือจาก facebook ก็ได้ครับ ยอดเยี่ยมมากๆ
 ขอจบการแนะนำเว็บช่วยโหลดรูปจาก facebook เพียงเท่านี้ครับ จุ๊บๆ

เครดิต http://www.nol.in.th
Read more

โหลดคลิปจาก youtube ง่ายๆใน 1 วินาที ด้วย firefox

โหลดคลิปจาก youtube ง่ายๆใน 1 วินาที ด้วย firefox

วันนี้จะมาสอนดูดคลิป,เพลง,หนัง จาก youtube ง่ายๆ กว่าปลอกกล้วย
เพียงแค่มี firefox

ก่อนอื่นเปิดเบราส์เซอร์ mozila firefox  ขึ้นมา

คลิกที่
https://addons.mozilla.org/en-us/firefox/addon/easy-youtube-video-downl-10137/

และติดตั้ง add-on ซะก่อน
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วทำการ Reset firefox และลองเข้าที่ www.youtube.com อีกครั้ง
จะเจอแท็บ Download ดังรูป


จบแล้วจ้า วิธีดูดคลิปจาก youtube ง่ายๆ เหมือนปลอกกล้วย

บทความโดย Ak1  www.basic-hack.blogspot.com



Read more

การพิม Gurock กูร็อค , dislike ไม่ชอบ , และ midfing โชว์นิ้วกลาง ในช่องแชท facebook

การพิม Gurock กูร็อค , dislike ไม่ชอบ , และ midfing โชว์นิ้วกลาง  ในช่องแชท facebook

midfing

Read more

ไฟล์ .zip .rar ติดรหัสผ่าน เข้ามาครับ - ถอดรหัส .rar .zip

ไฟล์ Zip และ RAR จะเป็นลักษณะของไฟล์ที่ถูกบับอัดให้เล็กลง เพื่อช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บและถ่ายโอนข้อมูลได้ง่ายขึ้น โปรแกรม WinZip และ WinRAR นี่แหละครับจะทำหน้าที่เป็นตัวบีบอัดให้ไฟล์ต่างๆเล็กลง ทั้งสองโปรแกรมจะมีการใช้งานเหมือนกันครับ คือบีบไฟล์ต่างๆ ให้เล็กลง และในไฟล์ที่ถูกบีบอัดเหล่านี้ เราสามารถเปิดเข้าไปสำรวจหาไฟล์ต้องห้ามที่ถูกใส่รหัสผ่านเอาไว้ได้อย่างง่ายดายครับ ก่อนอื่นเราต้องมีโปรแกรมที่จะใช้เปิดเข้าไป เพื่อทำหน้าที่แกะรหัสผ่านของไฟล์ที่ถูกใส่รหัสผ่านเอาไว้เสียก่อน ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องมีโปรแกรมที่ชื่อว่า Passware Kit ซึ่งเป็นชุดโปรแกรมที่เอาไว้แก้รหัสผ่านของเอกสารได้หลายแบบ
ตัวโปรแกรม Passware Kit Enterprise Edition 8.1 ท่านสามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ครับ คลิก
วิธีการเรียกใช้งาน
1.เมื่อติดตั้งตัวโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว เราสามารถเรียกใช้งานได้ทันที โดยคลิกที่ Start > Programs > Passware > ซึ่งเราจะเห็นชุดแก้รหัสผ่านมากมายอยู่ในนี้ทั้งหมดครับ
ในส่วนของโปรแกรม Passware จะมีเมนูให้เลือกสำหรับทำหน้าที่เข้าไปค้นหารหัสผ่านจากไฟล์ที่ถูกบีบอัดมาเช่น ไฟล์ Zip, RAR, ACT และเอกสารที่ถูกใส่รหัสผ่านมาห้ามแก้ไขเพิ่มเติม เช่น Word, Access, Excel, PowerPoint และอื่นๆอีกมากมาย มาเริ่มการค้นหารหัสผ่านจากไฟล์ Zip และ RAR กันเลยดีกว่า (ในที่นี้ผมใช้โปรแกรม RAR Key ในการแกะพาสเวิร์ด เพราะไฟล์ที่จะทำการแกะถูกบีบอัดมาด้วยโปรแกรม WinRAR นั่นเอง)


2.เลือกเมนู File > Recover เพื่อเรียกเมนูสำหรับค้นหาไฟล์
3.เลือกไฟล์ RAR ที่ต้องการเพื่อทำการแกะพาสเวิร์ด
4.จากรูปตัวโปรแกรม RAR ได้แกะพาสเวิร์ดได้แล้วครับ แต่ว่าตรงส่วนนี้ไฟล์ RAR ของบางท่านอาจจะใช้เวลานานถึงนานมาก อาจจะต้องรอหลายนาทีหรือไม่ก็เป็นชั่วโมงก็มีครับ
5.เมื่อได้พาสเวิร์ดมาเรียบร้อยแล้วก็เปิดไฟล์ RAR ที่โดนใส่พาสเวิร์ดไว้ได้เลย โดยคลิกขวาที่ไฟล์ .RAR แล้วเลือกหัวข้อสำหรับการขยายไฟล์ .RAR ดังรูป
6.นำพาสเวิร์ดที่ได้จากข้อ 4. ใส่เข้าไป เพียงเท่านี้ก็สามารถเปิดไฟล์ .RAR ที่โดนใส่รหัสผ่านต่างๆได้แล้วคร้าบ


แหล่งที่มา PCToday Sep, 2006

Read more

แบตโน๊ตบุ๊คเสื่อมหมดไว - ชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คอย่างไรไม่ให้เสื่อมเร็ว

ข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ เป็นคำถามยอดฮิตที่ถูกถามขึ้นมาตลอดเวลา ว่าจะชาร์จอย่างไร ไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว ต้องชาร์จนานแค่ไหน ใส่แบตเตอรี่ทิ้งไว้ได้หรือปล่าว และข้อเท็จจริงอีกมากมาย ที่ผู้ใช้หลายคนยังเข้าใจไม่ตรงกัน วันนี้ ITeXcite.com มีคำตอบมาฝากกันครับ

ก่อนอื่น ต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า แบตเตอรี่ที่ใช้กันในปัจจุบันนั้นแตกต่างไปจากแบตเตอรี่ในสมัยก่อนๆ ทั้งคุณสมบัติและการดูแลรักษา โดยในปัจจุบัน แบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมได้แก่ แบตเตอรี่ประเภท Lithium ซึ่งมีอยู่สองประเภทคือ

1. Li-ion (lithium-ion) : จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานของแบตเตอรี่ที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบัน เป็นแบตเตอรี่ที่พบเห็นมากที่สุด

2. Li-Poly (lithium-ion polymer) : เป็นแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาต่อจาก Li-ion ให้มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 20% และมีข้อจำกัดด้านรูปร่างน้อยลง สามารถออกแบบให้มีความบางมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังมีราคาสูง

หลายท่านที่อาจเคยได้ยินเทคนิควิธีการในการชาร์จแบตเตอรี่มาต่างๆ นาๆ ขอให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า วิธีการเหล่านี้ มีไว้ใช้กับแบตเตอรี่ในรุ่นเก่าๆ ที่ไม่ใช่ Lithium เท่านั้น แต่ดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า แบตเตอรี่ที่ใช้กันในปัจจุบันนั้น เป็นแบบ Lithium แทบทั้งสิ้น ซึ่งแบตเตอรี่ประเภทนี้ ไม่ว่าจะชาร์จอย่างไร ชาร์จถี่ ชาร์จบ่อย หรือนานๆ ชาร์จที ก็ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่น้อยมาก ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับวิธีการชาร์จครับ แต่ควรใส่ใจกับสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้แทน

ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่ Lithium เกิดการเสื่อมสภาพ1. เมื่อใช้งานจนถึงจำนวน Cycle ที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเองตามปกติ

---Cycle คือ ตัวเลขที่บ่งบอกถึงจำนวนรอบการชาร์จ โดย 1 Cycle จะวัดจากปริมาณการชาร์จไฟรวมๆ เท่ากับการชาร์จจาก 0% ไปจนถึงเต็ม 100% เช่น หากชาร์จแบตเตอรี่จาก 50% ไปจนถึง 100% จะหมายถึง ทำการชาร์จไป 0.5 Cycle เป็นต้น ไม่ได้หมายถึงการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็น 1 Cycle ซะทีเดียว

2. แบตเตอรี่จะค่อยๆ เสื่อมลงด้วยตัวเองอยู่แล้ว นับตั้งแต่ทำการผลิต

3. Charge / Discharge Rate

---Charge Rate คือ อัตราปริมาณการชาร์จไฟในหนึ่งช่วงเวลา ส่วน Discharge Rate คือ อัตราปริมาณการใช้ไฟฟ้าในหนึ่งช่วงเวลา ลองพิจารณาตารางต่อไปนี้



จากตาราง หากจะอธิบายเป็นภาษาง่ายๆ ก็คือ การชาร์จไฟด้วยกระแสสูงๆ จนเต็มในเวลาอันสั้น หรือ การใช้ไฟให้หมดในเวลาอันรวดเร็ว ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวน Cycle ลดลง ทำให้อายุการใช้งานลดลงได้

4. อุณหภูมิของแบตเตอรี่

---อุณหภูมิ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญซึ่งหลายคนมองข้าม โดยหากสภาพแวดล้อมของแบตเตอรี่มีอุณหภูมิสูง จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติ

แล้วจะชาร์จอย่างไรดี?จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้ง 4 ข้อ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่แบบ Lithium เกิดการเสื่อมสภาพ บางข้อก็ป้องกันได้ แต่บางข้อก็ป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นไปตามอายุการใช้งาน จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น พอจะสรุปเป็นแนวทางคร่าวๆ สำหรับการใช้แบตเตอรี่ Lithium ได้ดังนี้

1. ระลึกไว้ว่า แบตเตอรี่แบบ Lithium นั้น ความร้อนมีผลกับอายุการใช้งานมากกว่ารูปแบบหรือเทคนิคการชาร์จไฟ ดังนั้น จึงควรดูแลแบตเตอรี่ อย่าให้เกิดความร้อนมากเกินไป

2. หลีกเลี่ยงการใช้แบตเตอรี่จนหมดแล้วค่อยชาร์จ เพราะจะทำให้เกิด Discharge Rate ในอัตราที่สูง หรือการใช้ไฟหมดในเวลาอันสั้น ซึ่งส่งผลให้อายุการใช้งานลดลง

3. ถ้าจำเป็นต้องเก็บแบตเตอรี่ไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งาน ควรชาร์จไฟไว้ที่ 40% แล้วเก็บไว้ในที่เย็น จะช่วยให้อายุการใช้งานนานขึ้น

4. ไม่ควรซื้อแบตเตอรี่แบบ Lithium มาเก็บไว้เผื่อใช้งาน เพราะแบตเตอรี่ประเภทนี้จะมีการเสื่อมสภาพตลอดเวลาอยู่แล้ว นับตั้งแต่ทำการผลิต ดังนั้น หากซื้อมาเก็บไว้ แม้ไม่ได้ใช้ มันก็จะเสื่อมลงเองอยู่ดี

เครดิต www.itexcite.com
Read more

รวม Key ลัดสำหรับ Windows 7

ใน Windows 7 นั้น มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามามากมาย โดยมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน คีย์ลัด หรือ Shortcut Key ก็เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่ทำให้การใช้งานต่างๆ สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะสามารถทำให้ผู้ใช้ สามารถจัดการกับหน้าต่าง หรือ โปรแกรมต่างๆ ได้ด้วยการกดปุ่มบนคีย์บอร์ดเพียงสองสามปุ่มเท่านั้น วันนี้ เรามีข้อมูลของคีย์ลัดต่างๆ ที่มีใช้ใน Windows 7 มาฝากกันครับ
คีย์ลัดสำหรับจัดการหน้าต่าง* Win+Home: ย่อหน้าต่างอื่นๆ ทั้งหมด ยกเว้นหน้าที่กำลังใช้อยู่
* Win+Space: เรียกใช้ Aero Peek (ทำให้หน้าต่างใสทั้งหมด)
* Win+Up arrow: ขยายหน้าต่างเต็มจอ (Maximize)
* Shift+Win+Up arrow: ขยายหน้าต่างเต็มจอ (เฉพาะด้านบน และล่าง)
* Win+Down arrow: ย่อหน้าต่างจากเต็มจอเป็นขนาดย่อ (Restore Down)
* Win+Left/Right arrows: ย้ายหน้าต่างไปทางซ้าย หรือขวา (Dock)
* Shift+Win+Left/Right arrows: ย้ายหน้าต่างไปยังจอด้านซ้าย หรือขวา (มีผลเมื่อใช้จอมากกว่าหนึ่งจอ)

หรือถ้าใครไม่สะดวกใช้คีย์บอร์ดก็อาจใช้เมาส์แทนได้เช่นกัน

* คลิกลากหน้าต่างไปขอบจอด้านบน : ขยายเต็มจอ (Maximize)
* คลิกลากหน้าต่างไปขอบจอด้านซ้าย/ขวา : ย้ายหน้าต่างไปทางซ้าย/ขวา (Dock)
* เขย่าหน้าต่าง (คลิกที่หน้าต่าง แล้วลากไปทางซ้าย-ขวา) : ย่อหน้าต่างอื่นๆ ทั้งหมด ยกเว้นหน้าต่างที่คลิก
* ดับเบิ้ลคลิกขอบหน้าต่างด้านบน : ขยายหน้าต่างเต็มจอ (เฉพาะด้านบน และล่าง)

คีย์ลัดสำหรับทาสก์บาร์

* Win+number (1-9): เปิดโปรแกรมที่ปักหมุด (pin) อยู่บนทาสก์บาร์นับเรียงจากซ้ายไปขวา
* Shift+Win+number (1-9): เปิดโปรแกรมที่ปักหมุด (pin) บนทาสก์บาร์ในหน้าใหม่ (กรณีที่โปรแกรมนั้นกำลังทำงานอยู่)
* Ctrl+Win+number (1-9): Cycles through open windows for the application pinned to the taskbar in that position.
* Alt+Win+number (1-9): เปิดเมนู Jumplist ของโปรแกรมที่ปักหมุด (pin) บนทาสก์บาร์
* Win+T: โฟกัสไปที่โปรแกรมที่ปักหมดบนทาสก์บาร์ สามารถกดซ้ำเพื่อเลื่อนไปที่โปรแกรมถัดไป หรืออาจใช้ลูกศรซ้ายขวาเลื่อนไปก็ได้
* Win+B: โฟกัสไปที่โปรแกรมบน System Tray

หรืออาจจะใช้เมาส์ร่วมกับคีย์บอร์ด เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้นก็ได้

* Shift+Click on a taskbar button: เปิดโปรแกรมที่ปักหมุด (pin) บนทาสก์บาร์ในหน้าใหม่ (กรณีที่โปรแกรมนั้นกำลังทำงานอยู่)
* Ctrl+Shift+Click on a taskbar button: เปิดโปรแกรมโดยใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ (Administrator)
* Shift+Right-click on a taskbar button: เรียกเมนูคลิกขวาแบบคลาสสิก (แบบใน Windows XP)
* Shift+Right-click on a grouped taskbar button: เรียกเมนูคลิกขวาแบบกลุ่ม
* Ctrl+Click on a grouped taskbar button: สลับหน้าต่างของโปรแกรมที่เปิดซ้อนกันหลายหน้าต่าง

คีย์ลัดอื่นๆนอกจากการจัดการหน้าต่าง และการใช้งานบนทาสก์บาร์แล้ว ใน Windows 7 ก็ยังมีการเพิ่มคีย์ลัดสำหรับใช้งานในส่วนอื่นๆ อีกหลายจุดด้วย

* Ctrl+Shift+N: สร้างโฟลเดอร์ใหม่
* Alt+Up: ไปยังโฟลเดอร์ที่อยู่เหนือโฟลเดอร์ปัจจุบัน (ใช้ใน Windows Explorer)
* Alt+P: เปิดใช้งานแถบพรีวิว
* Shift+Right-Click on a file: เพิ่มคำสั่ง Copy as Path ไปในเมนูคลิกขวา ( Copy as Path คือการคัดลอกที่อยู่ไฟล์นั้น)
* Shift+Right-Click on a file: เพิ่มที่อยู่พิเศษในเมนู Send to
* Shift+Right-Click on a folder: เพิ่มคำสั่ง Command Prompt Here ในเมนูคลิกขวา ( Command Prompt Here คือการเปิดหน้า CMD ในโฟลเดอร์นั้น ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่ง CD ซ้ำๆ กันเพื่อเข้าในโฟลเดอร์ที่ต้องการ)
* Win+P: ตั้งค่าการแสดงผลสำหรับการแสดงผลหลายหน้าจอ
* Win+(+/-): ซูมหน้าจอเข้า/ออก
* Win+G: สลับเรียกใช้ Gadgets บนหน้าจอ

เครดิต www.itexcite.com

Read more

แชร์อินเตอร์เน็ต Window7 ด้วย ad hoc

สมมุติว่ามีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอยู่ 4 เครื่อง แต่ขณะนั้นมีเครื่องที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านสายแลนได้เพียงเครื่องเดียว คุณจะทำอย่างไรเพื่อที่จะให้อีก 3 เครื่องที่เหลือ สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ วันนี้ ITeXcite.com มีวิธีการง่ายๆ มาฝากกันครับ

วิธีการที่ขอแนะนำในวันนี้ก็คือ การเชื่อมต่อแบบ Peer-to-Peer หรือที่เรียกว่า Ad Hoc ครับ โดยจะใช้เครื่องที่สามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้นั้นเป็นจุดกระจายสัญญาณ แล้วให้ 3 เครื่องที่เหลือเชื่อมต่อกับเครื่องแรกนี้โดยผ่านทางสัญญาณ Wireless นั่นเอง ซึ่ง Ad Hoc หรือการเชื่อมต่อแบบ Peer-to-Peer นั้นเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ช่วยให้การแชร์อินเตอร์เน็ตแบบไร้สายของคุณ สามารถทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใน Windows 7 นั้น มี Wizard หรือตัวช่วยในการเชื่อมต่อ ซึ่งเพียงทำตามขั้นตอน คุณก็สามารถแชร์อินเตอร์เน็ตไร้สายให้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ เสมือนเครื่องคุณเป็นจุดกระจายสัญญาณ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม ลองทำตามขั้นตอนนี้ได้เลยครับ

ก่อนอื่น เปิดหน้าต่าง Network and Sharing Center โดยเข้าไปที่

Control PanelNetwork and InternetNetwork and Sharing Center

1. คลิกที่ Set up a new connection or network



2. เลือก Set up a wireless ad hoc...

3. คลิก Next



4. จะเข้าสู่หน้าต่าง Set up a wireless ad hoc network ให้คลิก Next ไปได้เลย



5. ตั้งชื่อของ Network ที่จะสร้าง

6. เลือกรูปแบบของระบบรักษาความปลอดภัย ในที่นี้เลือกเป็น WPA2-Personal แต่หากไม่ต้องการให้มี password (เครื่องใครก็เชื่อมต่อได้) ก็เลือกเป็น No authentication (Open)

7. กำหนด Security key หรือรหัสผ่านในการเชื่อมต่อ

8. จากนั้นคลิก Next



9. ระบบจะทำการเชื่อมต่อ หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะแจ้งว่า

The [ชื่อเครือข่ายที่ตั้ง] network is ready to use

ให้คลิก Turn on Internet connection sharing เพื่อทำการแชร์อินเตอร์เน็ต เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ



หากขึ้นหน้าต่างดังรูปแสดงว่าการเชื่อมต่อและแชร์อินเตอร์เน็ตสำเร็จครับ



หากคลิกดูที่รายชื่อ network ด้านล่าง ดังรูป ก็จะเห็นชื่อของ network ที่เราสร้างรวมอยู่ด้วย ซึ่งเครื่องอื่นๆ สามารถทำการเชื่อมต่อผ่าน network นี้ได้ เสมือนเป็น access point ตัวหนึ่งครับ



noteเครื่องที่ทำหน้าที่กระจายสัญญาณนั้น จะใช้ wireless ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไปพร้อมกับกระจายสัญญาณแบบ ad hoc ไม่ได้ หากมีอุปกรณ์ wireless แค่ตัวเดียว ต้องต่ออินเตอร์เน็ตด้วยเส้นทางอื่น เช่น อาจเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทางสาย lan หรือ Bluetooth แล้วกระจายสัญญาณผ่านทาง wireless เป็นต้น

เครดิต www.itexcite.com
Read more

Cpu ร้อนคอมดับเองเข้ามา - เลือกชุดระบายความร้อนอย่างไรให้เหมาะกับ CPU

ชุดระบายความร้อนให้กับ CPU นั้นมีอยู่มากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบฮีตซิงค์ (Heat Sink) พัดลม (Cooling Fan) หรือการนำสารหล่อเย็นอย่างเช่นน้ำ หรือ Nitrogen เหลวเข้ามาช่วยในรายที่ชื่นชอบในความแรง และเป็นนักโอเวอร์คล็อกตัวยง ซึ่งจะเลือกใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับว่า เครื่องพีซีของท่าน ใช้งานในระดับใด และก่อให้เกิดความร้อนแค่ไหนครับ



หากว่าเครื่องพีซีของท่าน ไม่ได้มีส่วนประกอบใดที่ก่อให้เกิดความร้อนมหาศาลอย่างเช่น CPU ระดับท็อปความเร็วสูง หรือการ์ดจอราคาแพงสองตัวต่อกัน เป็นเพียงเครื่องพีซีตลาดธรรมดา ชุดระบายความร้อนแบบฮีตซิงค์ติดพัดลม ก็คงเป็นคำตอบที่เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานของท่าน ซึ่งชุดระบายความร้อนแบบนี้ เป็นแบบที่นิยมที่สุดในท้องตลาด และสามารถรองรับความร้อนจากตัว CPU ได้อย่างไม่มีปัญหา เพียงแต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไปก็คือ ตัวกลางระหว่างหน้าสัมผัสของ CPU กับฮีตซิงค์นั่นเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะใช้ซิลิโคน หรือ silver thermal compound ที่นำพาความร้อนได้ดีเป็นตัวกลาง ทั้งคู่นี้จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี ดังนั้น จึงควรแกะเอาฮีตซิงค์ออกมาทำความสะอาด และทาซิลิโคนเข้าไปใหม่ เพื่อให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนดีดังเดิม

นอกจากนี้ หากว่าท่านเป็นนักเล่นเกมส์ หรือใช้คอมพิวเตอร์ทำงานด้านกราฟิก หรือการใช้งานใดๆ ที่ก่อเกิดความร้อนมากกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป รวมไปถึงการมีชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่กินกำลังไฟมากๆ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดควมร้อนมากกว่าปกติ ดังนั้น คงต้องอาศัยชุดระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม อย่างเช่น ฮีตซิงค์ที่ทำจากทองแดง เป็นต้น


ฮีตซิงค์ที่ทำจากทองแดงล้วน


โดยทั่วไป ฮีตซิงค์ที่มีขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จะทำจากอลูมิเนียม อัลลอยด์ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ราคาถูก ดัดได้ง่าย และมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอยู่พอตัว แต่ถ้าเทียบกันแล้ว ทองแดงดีที่สุด แต่ข้อเสียคือ น้ำหนักมาก และราคาแพง จึงมีฮีตซิงค์หลายรุ่น ที่ใช้ทั้งทองแดง และอลูมิเนียม โดยใช้ทองแดงเป็นหน้าสัมผัส และอลูมิเนียมทำเป็นครีบ เพื่อให้ราคาถูกลง และน้ำหนักลดลง แต่อย่างไรก็ดี ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็คงต้องเป็นทองแดงล้วนๆ นั่นแหละครับ ซึ่งท่านจะเลือกใช้อย่างไรก็ขึ้นกับดุลยพินิจของท่าน

และสำหรับนักโอเวอร์คล็อกระดับฮาร์ดคอร์ ซึ่งต้องการประสิทธิภาพการระบายความร้อนสูงที่สุด คงต้องพึ่งชุดระบายความร้อนจำพวกสารหล่อเย็น อย่างเช่น น้ำ หรือ ไนโตรเจนเหลว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูง และขนาดของอุปกรณ์ที่ใหญ่และกินพื้นที่มากกว่าปกติครับ

เครดิต www.itexcite.com
Read more

เปลี่ยนลำดับการ boot เพิ่มความเร็วได้อีกนิด

โดยปกติแล้วคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ถูกตั้งค่าให้บูตจาก CD/DVD Drive เป็นลำดับแรก ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการลงโปรแกรมใหม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะลงจากแผ่น CD/DVD ทั้งสิ้น ทั้งนี้ การตั้งลำดับการบูตดังกล่าว จะทำให้ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง จะมีการตรวจสอบว่ามีแผ่นใส่อยู่ใน CD/DVD drive หรือไม่ และมีข้อมูลให้บูตหรือไม่ หากไม่มีจึงค่อยไปบูตจากฮาร์ดดิสก์ ซึ่งแม้การตรวจสอบตรงนี้จะใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่หลายๆ ท่านอาจจะรำคาญ เนื่องจากการใช้งานโดยปกตินั้น หากไม่ใช่การลง OS ใหม่ ไม่จำเป็นจะต้องตรวจสอบการบูตจากออปติคัลไดรฟ์เลย

วันนี้ เรามีเทคนิคการตั้งค่าในไบออส ที่ทำให้เราสามารถข้ามกระบวนการนี้ไปได้ครับ โดยเปลี่ยนลำดับการบูตจาก CD/DVD drive เป็นบูตจากฮาร์ดดิสก์เป็นลำดับแรกแทนครับ

วิธีการตั้งค่าเปลี่ยนลำดับการบูต (Change the Boot Order in BIOS)1. ทำการ reboot เครื่อง โดยในหน้าแรกของการบูต กดปุ่ม Del หรือ F2 (แล้วแต่มาตรฐาน) เพื่อเข้าสู่การปรับแต่งค่าใน Bios



2. จะเข้ามาสู่หน้าจอหลักของการตั้งค่า Bios (บางรุ่นอาจต่างจากในภาพ)



3. ไปที่แท็บ Boot ซึ่งจะแสดงรายชื่ออุปกรณ์ที่สามารถบูตได้ ให้ปรับลำดับการบูต โดยให้บูตจาก Hard Drive เป็นลำดับแรก



4. เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้วให้ไปที่เมนู Exit เลือก Exit Saving Changes เพื่อทำการบันทึกค่าก่อนปิด



5. ยืนยันการเปลี่ยนแปลงค่าโดยเลือกที่ Yes เครื่องจะรีสตาร์ทอีกครั้งด้วยค่าใหม่



เพียงเท่านี้ เครื่องของท่านก็จะทำการบูตจากฮาร์ดดิสก์ เป็นลำดับแรกเลย โดยไม่ตรวจสอบการบูตจาก Optical Drive ให้เสียเวลาแล้วล่ะครับ

เครดิต www.itexcite.com
Read more

Inkjet Printer พัง- วิธีดูแลรักษา Inkjet Printer

Inkjet Printer ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้น ทราบหรือไม่ว่ามีลักษณะของหัวพิมพ์ที่แตกต่างกันอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีหัวพิมพ์อยู่ที่ตัวเครื่อง เช่น Epson กับประเภทที่หัวพิมพ์อยู่ในตลับหมึก เช่น Hewlett Packard ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้มีวิธีดูแลรักษาที่ต่างกันด้วย มาดูเทคนิคกันครับ

1. ดูแลหัวพิมพ์ของ printer ให้สะอาดอยู่เสมอ

การเอาใจใส่เรื่องการรักษาความสะอาดหัวพิมพ์ของ printer เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันของหัวพิมพ์ได้ บ่อยครั้งที่มีน้ำหมึกบางส่วนตกค้างแล้วไหลไปจับกันเป็นคราบที่บริเวณส่วนปลายของหัวพิมพ์ แล้วทำให้ ออกอาการแปลก ๆ หรือสีเพื้ยน วิธีแก้ไขอย่างง่ายคือ นำตลับหมึกออกมาจากprinterแล้วค่อย ๆ เช็คดทำความสะอาดบริเวณหัวพิมพ์ด้วย cotton buds ห้ามใช้กระดาษชำระและแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด จากนั้น นำตลับหมึกใส่เข้าไปในช่องของ printer แล้วดึงออกมา การรักษาความสะอาดของหัวพิมพ์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้งานพิมพ์ให้ได้ปริมาณมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

2. ซื้อ Printer มาใช้ก็ใช้บ้าง

Printer ทุกตัวสามารถป้องกันปัญหางานพิมพ์ไม่ได้ดังใจด้วยการหมั่นใช้งานมันบ่อย ๆ หรืออย่างน้อยใช้ พิมพ์งานทั้งสีและขาว-ดำบ้าง เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้หมึกแห้งเป็นคราบติดอยู่ภายในท่อฉีดน้ำหมึก คำแนะนำคือ ควรเปิดเครื่อง printer สัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้หัวพิมพ์ฉีดหมึกใหม่เข้าไปไล่หมึกเก่า ป้องกันปัญหาการอุดตันของหมึก


3. การเก็บรักษา Printer เมื่อไม่ได้ใช้งาน

ควรมีผ้าคลุมกันฝุ่น printer ไว้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้ามาในกลไล สำหรับ printer ที่มีหัวพิมพ์อยู่ที่ตัวเครื่อง จะต้องมีตลับหมึกติดอยู่ในเครื่องเสมอ ถึงแม้จะมีหมึกอยู่ไม่ก็ตาม เพราะการนำตลับออกจะเป็นการเปิดให้อากาศเข้าไปทำให้ท่อทางเดินน้ำหมึกแห้ง ส่วนประเภทที่หัวพิมพ์อยู่ในตลับหมึก ให้นำตลับหมึกออกมาไว้ในถุง Zip-lock หรือถุงพลาสติกแล้วปิดป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไป

4. รักษาสุขภาพของ Printer ให้ดี

การหมั่นกำจัดเศษกระดาษและฝุ่นผงทั้งหลายด้วยการเป่าเศษผงและฝุนออกด้วยเครื่องเป่าลมธรรมดา ๆ (ไม่ใช่เครื่องเป่าผม) จะช่วยให้ Printer ของเราสามารถป้อนกระดาษได้อย่างไม่ติดขัด

5. อย่าให้หัวพิมพ์อุดตัน

หัวพิมพ์ประกอบด้วย nozzle ซึ่งเป็นท่อฉีดน้ำหมึก เมื่อเกิดการอุดตันจะทำงานพิมพ์ขาดความคมชัด หรือมีลายเส้น ๆ วิธีแก้ไขคือให้เรียกใช้โปรแกรมสำหรับตรวจสอบ และทำความสะอาดหัวพิมพ์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับตอนที่เราติดตั้ง driver ซึ่งจะมีคำแนะนำขั้นตอนต่าง ๆ อยู่แล้ว

6. การทำความสะอาดลูกกลิ้งหมุนกระดาษ (Roller)

นำกระดาษหนา ๆ ที่สามารถซับน้ำได้ดี แล้วฉีดน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียให้หมาด ๆ แล้วป้อนเข้าไปใน printer และ feed กระดาษออกมา ทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ 2-3 ครั้ง แล้วจึงใช้กระดาษธรรมดาป้อนเข้าไปและ feed ออกมาเพื่อซับลูกกลิ้งหมุนกระดาษให้แห้ง เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยล้างหมึกและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ได้แล้ว

7. ปิดเครื่องด้วย switch ของ printer ก่อนถอดปลั๊กไฟ

การปิดเครื่องด้วย switch ของ printer จะทำให้printerมีการทำความสะอาดหัวพิมพ์และเก็บตลับหมึกเข้าที่ก่อนตัดไฟเข้าเครื่อง จึงเป็นการทำให้ printer ถูกปิดลงอย่างถูกต้อง การถอดปลั๊กไฟหรือปิด switch ปลั๊กไฟโดยไม่ปิดด้วย switch ของ printer จะทำให้เสียได้ง่าย

8. หมั่น update driver และ software ของprinterอยู่เสมอ

เพราะ software (รวมไปถึง driver) ใหม่ ๆ จะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นจาก version ก่อน ๆ และในบางครั้งก็มี features ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอีกด้วย

9. ไม่ควรนำหมึกคุณภาพต่ำมาเติม

แน่นอนครับ ถึงจะพิมพ์งานออกมาได้จริง แต่จะทำให้ตลับหมึกอุดตันเร็วขึ้น และอาจทำให้หัวพิมพ์เสียหายอีกด้วย

10. ควรเปลี่ยนน้ำหมึก เมื่อมีการเตือนหมึกหมด

หลายคนยังฝืนที่จะพิมพ์ต่อ ถึงแม้ว่า driver ของ printer จะขึ้นเตือนว่าหมึกหมดแล้วก็ตาม กรณีหมึกสีหมด หากยังฝืนพิมพ์งาน ขาว-ดำต่อ แม้ว่าหมึกสีจะไม่ได้ใช้ แต่ความร้อนที่หัวพิมพ์ยังคงมีอยู่ ยิ่งเราฝืนพิมพ์ จะทำให้หัวพิมพ์มีความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เครื่องพิมพ์เสียหายได้

เครดิต www.it-guides.com
Read more

7 ทิปส์เด็ดๆ ของ Windows 7

วันนี้เราได้นำ 7 ทิปส์เด็ดๆ ของ Windows 7 มาเรียกน้ำย่อยกันก่อน ไปดูกันเลย

1. สลับเปลี่ยนไปยังหน้าต่างที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

ในกรณีที่ผู้ใช้งานเปิดไฟล์จำนวนหลายๆ ไฟล์จากโปรแกรมเดียวกัน อย่างเช่น โปรแกรมไมโครซอฟท์ เวิร์ด วินโดวส์ 7 จะช่วยให้คุณสับเปลี่ยนระหว่างหน้าต่างได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น เพียงแค่กดปุ่ม Ctrl ในขณะคลิกที่ไอคอนบนทาสก์บาร์ หน้าต่างก็จะเปลี่ยนเป็นหน้าต่างถัดไป โดยคุณสามารถเลือกเปิดหน้าต่างที่คุณต้องการได้

2. กำหนดขนาดของหน้าต่างตามความต้องการของผู้ใช้งาน

วินโดวส์ 7 ช่วยให้การจัดการเอกสารและโปรแกรมต่างๆทำได้ง่ายขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดขนาดของหน้าต่างได้โดยการเลือกคลิกเมาส์ หรือ ใช้แป้นพิมพ์ หากต้องการขยายหน้าต่างให้มีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของหน้าจอ ผู้ใช้งานเพียงแค่ลากหน้าต่างไปชนกับหน้าจอทางด้านซ้าย หรือ ขวา และหน้าต่างนั้นก็จะมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของหน้าจอทันที ในกรณีที่ต้องการขยายขนาดของหน้าต่างนั้นให้เต็มหน้าจอ ผู้ใช้งานเพียงแค่ลากหน้าต่างไปด้านบนของจอเพื่อขยายหน้าต่างให้เต็มจอ หรือ ดับเบิ้ล คลิก ที่มุมด้านบน หรือด้านล่างของหน้าต่างเพื่อปรับเปลี่ยนขนาดของหน้าต่าง ในขณะที่หน้าต่างนั้นยังมีความกว้างเท่าเดิม

ผู้ใช้งานยังสามารถกำหนดขนาดของหน้าต่างได้โดยใช้แป้นพิมพ์ ดังต่อไปนี้

+ ลูกศรซ้าย และ + ลูกศรขวา เพื่อขยายหน้าต่างให้มีขนาดครึ่งหนึ่งของหน้าจอ

+ ลูกศรบน และ + ลูกศรล่าง เพื่อขยายและลดขนาดของหน้าต่าง

+ Shift +ลูกศรบน และ + Shift + ลูกศรล่าง เพื่อขยายหน้าจอ หรือ ปรับหน้าจอให้มีขนาดเท่าเดิม

3. เชื่อมต่อกับเครื่องโปรเจคเตอร์ได้อย่างง่ายๆ

เพียงแค่เชื่อมต่อกับเครื่องโปรเจคเตอร์ ผู้ใช้งานก็จะสามารถแสดงข้อมูลที่ต้องการบนโปรเจคเตอร์ได้อย่างง่ายดายด้วยปลายนิ้วเพียงแค่มีไดรเวอร์ของวินโดวส์ 7 อย่าง displayswitch.exe เมื่อผู้ใช้งานกดปุ่ม + P หน้าต่างในการควบคุมโปรเจคเตอร์ก็จะปรากฏขึ้นมาโดยทันที


เมื่อเลื่อนลูกศร หรือ กดปุ่ม + P ผู้ใช้งานจะสามารถเลือกรูปแบบการทำงานที่ต้องการได้ อาทิ clone, extend หรือ external only

4. จัดการกับการแสดงผลบนจอมอนิเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ

วินโดวส์ 7 ช่วยให้การทำงานกับจอมอนิเตอร์หลายมอนิเตอร์มีประสิทธิภาพและสะดวกยิ่งขึ้น ในกรณีที่ผู้ใช้งานจำเป็นที่จะต้องทำงานกับจอมอนิเตอร์มากกว่าหนึ่งจอ ผู้ใช้งานสามารถใช้คีย์บอร์ด + Shift + ลูกศรซ้าย และ + Shift + ลูกศรขวา ในการสลับการแสดงผลระหว่างจอมอนิเตอร์ได้

5. แอบดูเดสก์ท็อปได้ด้วย Aero Peek

เครื่องมือที่มีประโยชน์มากในวินโดวส์ 7 ที่คนทั่วไปอาจจะยังไม่รู้จักกันนักก็คือ Windows® Aero® Feature ที่เรียกว่า Aero Peek โดยผู้ใช้งานเพียงแค่คลิกที่สี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมล่างขวามือของทาสก์บาร์ จากนั้นหน้าเดสก์ท็อปก็จะปรากฏขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้โดยใช้ปุ่ม + Space



6. หมดปัญหากับเรื่องยุ่งยากด้วย Aero shake

วินโดวส์ 7 ช่วยขจัดความวุ่นวายของการเปิดหน้าต่างหลายๆ หน้าต่างภายในเวลาเดียวกันนอกเหนือไปจากหน้าต่างที่คุณกำลังทำงานอยู่ได้ เพียงแค่จับที่ด้านบนของหน้าต่างที่คุณต้องการทำงานแล้วเขย่าไปมา หรือกดปุ่ม + Home ผู้ใช้งานก็จะสามารถลดขนาดของหน้าต่างอื่นๆที่ไม่ได้ใช้งานลงได้ทันที หากผู้ใช้งานต้องการให้หน้าต่างกลับมามีขนาดเท่าเดิมก็สามารถทำได้เพียงเขย่าหน้าต่างที่ทำงานอยู่ หรือแค่กดปุ่ม + Home อีกครั้ง

7. ใช้ Help Desk จัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์อาจเป็นเรื่องยุ่งยากทั้งกับผู้ใช้งานและ Help Desk นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ วินโดวส์ 7 หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย Problem Steps Recorder เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานบันทึกปัญหาที่พวกเขาพบในแต่ละขั้นตอนได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คลิกที่เมนู record จากนั้นจึงเพิ่มข้อคิดเห็นที่ต้องการลงไป ไฟล์ HTML ดังกล่าวก็จะเปลี่ยนเป็นไฟล์ .ZIP ในทันที ซึ่งจะช่วยให้การส่งต่อไปยัง Help Desk ทำได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปที่เมนูดังกล่าวได้จาก Control Panel ภายใต้คำสั่ง ‘Record steps to reproduce a problem’ หรือ เปิดโปรแกรม psr.exe จาก Explorer
ข้อมูลจาก : Microsoft Media Newsletter

เครดิต www.arip.co.th
Read more

เร่งสปีดคอม..ขั้นตอนเดียว สุดคลาสสิค


เร่งสปีดคอม..ขั้นตอนเดียว สุดคลาสสิค

หลังจาก ค้นหาวิธีการมานาน นม เกี่ยวกับการทำให้คอมแรง
ก็อ่านไปเจอบทความนี้เข้า
http://computereasy.exteen.com/20090325/tip-trick/page/3#lastcomment

หลักการของมันคือ การลด Effect ของการแสดงผลลง
สั่งให้ ไม่โชว์ไอ้นู่นไอ้นี่   จุกจิก... เลยมาเขียนวิธีการทำง่ายๆ
ไม่ต้องปวดหัว...เปลี่ยนเป็นธีมวินโดวคลาสสิคแม่ม เยย

ขั้นตอน
1.คลิกขวา  ที่หน้าจอคอม > Properties
2.ในแถบ Themes  เลือก Themeที่ชื่อว่า  Windows Classic
3.กด ok

บทความโดย ak1 www.basic-hack.blogspot.com

Read more

การตั้ง Password ในวง Lan เวลาเครื่องอื่นเข้ามาดูเครื่องเรา (XP)

การตั้ง Password ในวง Lan เวลาเครื่องอื่นเข้ามาดูเครื่องเรา (XP) 

ท่านเคยมีปัญหาเวลาแชร์ไฟล์ในวง Lan

แล้วมีคนอื่นไม่พึ่งประสงค์มาดึงข้อมูล หรือลบ ข้อมูลจากเครื่องเราหรือไม่

ถ้ามีลองใช้วิธีนี้ดูซิครับ

1. เข้า Computer Management โดยการคลิกขวาที่ My computer > manage

2. เลือก Local users and Groups > Users

3. คลิกขวาที่ Guest > All Tasks > Set password > กด proceed

4. .ใส่ password ตามที่เราต้องการ ถ้าจะปลดไม่ให้มีก็ให้เว้นว่างไว้


เท่านี้ เวลาเครื่องอื่นเข้ามาดูไฟล์ในเครื่องเรา ก็จะโดนถาม password ก่อนที่จะเข้าแล้วครับ


ปล.สำหรับวิธีการนี้ไม่ต้องกำหนด permission ใช้แบบ Simple file sharing ตามค่า default ที่ window กำหนดได้เลยครับ

เคดิต: http://putter-rukcom.blogspot.com
Read more

ดาวน์โหลดไฟล์จาก Rapidshare แบบไม่จำกัด

ทำอย่างไรคุณจะสามารถดาวน์โหลดไฟล์จาก Rapidshare ได้อย่างไม่มีจำกัด(new)
ผมลองมาแล้วซึ่งมี 3 วิธีที่มันใช้ได้สำหรับผม.


วิธีที่ 1:

ipconfig /flushdns
ipconfig /release
ipconfig /renew exit

แค่ก๊อปปี้ข้อความข้างต้นใส่ลงในโปรแกรม notepad แล้ว save ให้เป็นไฟล์ชื่ออะไรก็ได้ที่มีนามสกุลว่า bat (ตัวอย่างเช่น rapidshare.bat).....เวลาจะใช้งานก็แค่ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์นั้น มันจะทำการเคลียร์ cookies ให้คุณ และทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องรอเวลาอีก 1 ชั่วโมงเพื่อที่จะดาวน์โหลดอีกต่อไป

ใช้วิธีนี้เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องรอมันอีก:

ถ้าวิธีแรกไม่เวิร์คสำหรับคุณ มาลองวิธีที่ 2 และ 3 ต่อ


วิธีที่ 2:

เมื่อต้องรอ...ให้คุณพิมพ์ข้อความเหล่านี้ลงใน address bar ของคุณ:


โค๊ด:
javascript: for (i=0; i<30; i++) { c(); }

แค่นี้เอง..!! เก็บไว้ใน bookmark เลย แล้วใช้มันเมื่อถึงคราวจำเป็น.

ตัวอย่างเช่น: เมื่อคุณต้องการจะดาวน์โหลดไฟล์จากลิ้งค์นี้....

http://rapidshare.de/files-en/278272/Jo … e.pdf.html

คลิ๊กที่ปุ่ม "free"' หลังจากนั้นลองเลื่อนลงมาดูข้างล่าง, จะเห็นเวลากำลังนับถอยหลังอยู่..ซึ่งคุณต้องรอเพื่อนจะดาวน์โหลด, ลองลบลิ้งค์ที่อยู่ใน address bar ออกไปซะ แล้วกรอกข้อความ


โค๊ด:
javascript: for (i=0; i<30; i++) { c(); }
ลงไปแทนแล้วกดปุ่ม Enter , แค่นี้แหละ, ไม่ต้องรออีกต่อไปแล้ว, ดาวน์โหลดได้เลย !!!!


วิธีที่ 3:

หลังจากที่คุณกดปุ่ม Free แล้ว, copy โค้ดนี้ลงใน address bar ของคุณ, แล้วกด enter จนกว่า timer จะกลายเป็น 0

โค๊ด:
javascript:c(countdown = 0);


วิธีที่ 4:

โค๊ด:
javascript:var counta=0;var countb=0;var countc=0;var countd=0;var counte=0;var countf=0;var countg=0;var counth=0;var counti=0;var countj=0;var countk=0;var countl=0;var countm=0;var countn=0;var counto=0;var countp=0;var countq=0;var countr=0;var counts=0;var countt=0;var countu=0;var countv=0;var countw=0;var countx=0;var county=0;var countz=0;

เครดิต www.oknation.net
Read more

อยากเพิ่มความเร็วการ์ดจอแบบฟรีๆมั้ย ไม่ว่าหน้าไหนก็ทำได้

ถ้าหากกล่าวถึงโปรแกรมสำหรับการโอเวอร์คล็อกการ์ดแสดงผลแล้ว Riva Tuner ก็ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ เลยนะครับ สำหรับพวกที่คลั่งไคลในการโดเวอร์คล็อก เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย และสามารถใช้ได้ทั้งการ์ดแสดงผลจากค่าย NVIDIA และ ATI
ไม่ใช่แต่เพียงซีพียูเท่านั้นที่สามารถทำการโอเวอร์คล็อกสัญญาณนาฬิกาขึ้นไปได้ การ์ดแสดงผลก็สามารถที่จะโอเวอร์คล็อกขึ้นไปได้ด้วยเช่นกัน โดยส่วนมากการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ๆ มักจะมีซอฟต์แวร์พวกนั้นกลับไม่ค่อยได้รับคามสนใจมากนัก บางคนอาจจะรู้สึกว่าใช้งานยาก หรือปรับแต่งได้น้อย และเรามาปรับแต่งกันด้วยโปรแกรม Riva Tuner กันหน่อยเพื่อความเร็วที่ได้มาแบบฟรี ๆ โดยคุณสามารถดาวน์โหลดได้จาก http://www.guru3d.com/rivatuner



1. หลังการที่ติดดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดมาที่หน้าแรกกัน หน้าจอของโปรมแกรมก็ขี้เหร่แบบนี้แหละครับ ซึ่งโปรแกรมจะบอกซื่อรุ่นของการ์ดแสดงผลของเราเอาไว้ด้วย



2. ให้สังเกตไปที่ปุ่มเล็กๆ ที่เขียนว่า Customize… เมื่อคลิ้กเข้าไปแล้วจะมีเมนูย่อยโผล่ออกมาทางด้านขวา ให้คลิ้กแถบแรกที่เป็นรูปการ์ดแสดงผล ซึ่งเป็นส่วนของการปรับแต่งค่าความถี่ ของสัญญาณนาฬิกาสำหรับการ์ดแสดงผลนั่นเองครับ



3. สังเกตที่แถบเลื่อนสองแถบ นี่แหละที่เราจะใช้ปรับแต่งก่อนอื่นต้องเปิดการทำงานก่อนครับ ให้คลิ้กปุ่ม Enable low-level hardware overclocking ด้านบนได้เลย



4. เราสามารถโอเวอร์คล็อกสัญญาณนาฬิกาได้ทั้ง GPU (หน่วยแสดงผลในการ์ดจอ ปรับที่ Core Clock) และ RAM (ปรับที่ Memory Clock) บนการ์ดโดยการลากแถบเลื่อนไปทางขวา ด้านซ้ายมือจะเป็นตัวเลขบอกความเร็วที่เราปรับไปครับ แล้วก็กดปุ่ม Test



5. จากนั่นโปรแกรมจะทำการทดสอบค่าที่เราตั้งไปเมื่อสักครู่ให้ใหม่ ก็จะมีแถบขึ้นมาดังภาพ ถ้าเกิดเปลี่ยนใจให้กด Esc เพื่อยกเลิกแล้วก็ตอบ Apply หรือ OK ไปแค่นี้ก็เรียบร้อย เมื่อโอเวอร์คล็อกเสร็จ ผมได้ลองทดสอบด้วยโปรแกรมดูว่าก่อนและหลังโอเวอร์คล็อก การ์ดแสดงผลของเราจะเร็วขึ้นแค่ไหน โดยผลจากการใช้โปรแกรม 3Dmark 2003 ทดสอบ โดยโปรแกรมนี้จะมีผลออกมาเป็นคะแนน พบว่าผลคะแนนสูงขึ้น

เครดิต www.bcoms.net
Read more

การ กำจัด ไวรัส Shortcut และ ซ่อนไฟล์ อย่าง ง่าย ๆ

จากการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนี้ ผู้ใช้หลายๆคนอาจเคยสัมผัส กับไวรัสตัวใหม่ตัวหนึ่งที่เพิ่งคลอดออกมาใหม่ๆสดร้อนๆ ซึ่งเราอาจจะได้ยินในนามของ ไวรัส "Shortcut " การทำงานงานของไวรัสตัวนี้ ง่ายดายมากๆ โดยหลักการคร่าวๆ ก็คือ
เมื่อ ไวรัส ทำงาน
1. มันจะทำการสร้าง Shortcut ที่เป็นชื่อเดียวกันกับ Folder ทั้งหมดที่มี
2. มันจะทำการเปลี่ยน Attribute ของ Folder ปกติ ให้เป็น Hiden และ System File (มันเรื่มจะร้าย..Hiden ยังไม่พอยังหลอกว่าเป็น System File อีก)
3. มันจะสร้างไฟล์ ชื่อ autorun.inf เพื่อเรียกใช้ตัวมันเอง
4. มันจะสร้าง Folder ชื่อ RECYCLER เพื่อจะเก็บ Temp File ของมัน ชื่อ 13BBDBD53FAFE530CE07086B186FB686.exe

----------------------------------------------------------------------------------------















จากรูปที่ 1 เมื่อเสียบ Flash Drive หรือ External Drive กับคอมพิวเตอร์แล้วเจออาการลักษณะนี้แสดงว่า อุปกรณ์ของท่านได้อาสารับ ไวรัสตัวนี้ไว้ในอ้อมกอดที่อบอุ่นเรียบร้อยแล้ว ....เมื่อท่านได้เป็นผู้เลี้ยงดูไวรัสดังกล่าวแล้วนั้น คุณจะได้รับสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้

1. ไม่สามารถเข้าถึง Folder อันเก็บข้อมูลอันเป็นที่รักของคุณได้
2. ไม่สามารถที่จะลบข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์ 2 อย่างคือ File ชื่อ  autorun.inf และ Folder ชื่อ RECYCLER ถึงแม้ว่าจะลบมันออกไม่อีกไม่นานมันก็จะกลับมา

พูดมามากแล้ว เดี่ยวเรามาดูวิธีการจัดการไวรัสตัวนี้กันเลยดีกว่า....

------------------------------------------------------------------------------------------



ขั้นการแก้ไข

1.นำ Folder เรากลับคืนมา โดย ให้เราไปที่ Menu Bar จากนั้นเลือก Tools-->Folder Options....
**หากไม่เจอ Folder Options... คลิ๊กที่นี้


จะขึ้นหน้าต่าง Folder Options ให้เลือก Tap ชื่อ View แล้ว เลือกตามถาพด้านล่างนี้

 
หมายเลข 1 คือ เลือกเพื่อแสดง Hidden File
หมายเลข 2 คือ ไม่เลือกเพื่อแสดง System File
หมายเลข 3 คือ Apply ใช้การปรับแต่งแต่งของเีรา ตามด้วย ปุ่ม OK ตาม Step

หลังจากนั้นเราทำให้เราเห็น Folder อันเป็นที่รักของเรา แต่ยังไม่เสร็จแค่นี้นะ เพราะ Folder ของเรานั้นมันยังอยู่ในรูปแบบ System อยู่


2.จัดการไฟล์ autorun.inf และ โฟล์เดอร์ RECYCLER ด้วยโปรแกรม Unhidden.exe ซึ่ง Download ได้จาก คลิกเพื่อ Download
เมื่อ Download File มาเรียบร้อย ทำการแตก Zip และ Copy ไฟล์  Unhidden.exe ไปเก็บไว้ที่ Drive ของ Flash Drive หรือ External Drive


จากนั้น Double Click ไฟล์ Unhidden.exe เพื่อ  Run โปรแกรม

1.Run โปรแกรมเสร็จ กด y แล้ว Enter แล้วรอ

 2. รอจดเสร็จแล้ว กด Enter อีกที เป็นอันเสร็จ
จากนั้นไปดูว่า Folder เรากลับมารึยัง

** Folder อันเป็นที่รักของเรากลับมาแล้ว แต่มันยังเหลือ Folder ชื่อ RECYCLER ใช้มะ จัดการลบมันซะ (Shift+Del)












3. จากขั้นตอนที่ผ่านมาสามารถจัดการมันได้แล้ว และเมื่อจัดการไวรัสได้แล้วเรียบร้อยต้องปิดประตูบ้านของเราเพื่อไม่ให้มัน โผล่หัวกลับมาให้เราเห็นหน้าอีก **ซึ่งวิธีนี้อาจจะยังไม่ใช้วิธีที่ดีที่สุดนะคัับแต่ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่อง ไวรัสได้ดี เลยทีเดียว  หลัก การง่ายๆ คือ เราสร้างไฟล์ที่มีชื่อเดียวกันกับไวรัส เพื่อไม่ให้ไวรัสหน้าไหนมาเสนอหน้าสร้าง File บน Drive เรา สำหรับไวรัสตัวนี้ต้องสร้าง File และ Folder ดังนี้

1. สร้าง Folder ชื่อ autorun.inf
2. สร้าง Folder ชื่อ RECYCLER
3. สร้าง Folder ชื่อ 13BBDBD53FAFE530CE07086B186FB686.exe เก็บไว้ในโฟล์เดอร์ RECYCLER


*** จากที่ผมได้บอกไป เป็นการสร้าง Folder ที่มีชื่อเป็นนามสกุลของ File ต่าง ๆ เช่น *.inf หรือ *.exe โดยทั่วไปแล้วการสร้าง Folder และ File ของ Windows นั้นสามารถตั้งชื่อที่ประกอบด้วย จุด(.) ได้ และมีข้อจำกัดอยู่ว่าชื่อของ Folder และ File นั้นจะไม่สามารถซ้ำกันได้ใน Directory เดียวกัน
เราจึงใช้จุดนี้ในการสร้าง Folder และ File ที่ไวรัสมันจะมาสร้างตอนทำงานบนเครื่องเราก่อน จะทำให้ไวรัสไม่สามารถจะสร้าง File ต่างๆเพื่อจะทำงานได้นั้นเอง

----------------------------------------------------------เป็นอันจบซะที-----------------------------
เครดิต : http://refreshcom.blogspot.com/
Read more

ป้องกัน hacker แฮกเฟรสบุ๊คด้วย https


ป้องกัน hacker แฮกเฟรสบุ๊คด้วย https

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ตอนนี้ บัญชีเฟสบุ๊คที่ทุกๆคนมีอยู่ มันไม่ได้เป็นแค่บัญชีที่เอาไว้ Login อีกต่อไป ความสำคัญของมันมีมากกว่านั้นมากๆ เพราะข้อมูลที่เราเอาไปใส่ใน profile มันมีรายละเอียดเยอะกว่า บัตรประชาชนของเราอีก ฉะนั้นการกำหนดการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ไม่ควรถูกมองข้ามไปเลยนะครับ
แต่เราสามารถใช้งานผ่าน HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure) ได้ครับ ข้อดีของมันคือข้อมูลทุกอย่างที่เราเล่นบนเว็บมันจะถูก เข้ารหัส (Encryption) เอาไว้ทั้งหมดจึงปลอดภัยจากเหล่า Hacker ทั้งหลายครับ
ลองสังเกต URL bar ข้างบนนะครับ เราจะสามารถดูได้ว่าเรากำลังเข้าเว็บเป็นแบบไหน HTTP://… หรือ HTTPS://…ตัว S ที่เพิ่มมาแบบตัวหลัง นั้นก็มาจากคำว่า Secure ซึ่งก็หมายถึง “ความปลอดภัย” นั่นเอง
ด้วยการที่ HTTP มันเป็นการส่งข้อมูลไปหากันแบบง่ายๆ จึงมีโอกาสที่ข้อมูลสำคัญจะถูกดักโดยผู้ไม่หวังดีได้ (Sniffer) เราจึงต้องใช้ HTTPS เข้ามาช่วย เข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ก็จะทำให้แฮกเกอร์แปลข้อมูลที่ดักมายากยิ่งขึ้น

วิธีเปิดการใช้งาน HTTPS
1. ไปที่ Account (ตรงมุมขวาบน) แล้วเลือก Account Setting.
2. เลือกแถบ Security.
3. เลือก edit ตรง Secure Browsing.
4. ติ๊กถูกตรง Browse Facebook on a secure connection (https) when possible/ Save changes.
เท่านี้เราก็จะสามารถใช้ facebook ได้แบบปลอดภัยขึ้นแล้วครับ แต่บางคนอาจจะรำคาญไปบ้าง เวลาที่เข้า เล่นเกมส์บน facebook แล้วตัวเกมมันไม่รองรับการใช้งาน HTTPS แล้ว facebook ก็จะถามเราก่อนเข้าเล่นเกมทุกครั้งว่า จะเปลี่ยนกลับไปใช้ HTTP แบบชั่วคราวเพื่อเล่นเกมก่อนไหม?
ถ้าต้องการจะยกเลิก ก็แค่ ติ้กเครื่องหมายถูกออก แล้วก็ Save changes เช่นกันครับ
เครดิต http://www.thai-facebook.com
Read more

วิธีเปลี่ยน facebook Timeline ใหม่กลับเป็นแบบเดิม ได้ชัวร์

วิธีเปลี่ยน facebook Timeline ใหม่กลับเป็นแบบเดิม ได้ชัวร์


เปลี่ยนเฟสใหม่ ให้กลับมาเป็นแบบเดิม facebookใหม่ กลับมาแบบเดิม
วิธีเปลี่ยน facebook timeline ให้กลับมาแบบเดิม
โปรไฟล์เฟสบุ๊คแบบเก่า วิธีเปลี่ยนโปรไฟล์ในfacebookให้เป็นแบบเก่า วิธีเปลี่ยน Facebookใหม่เป็นแบบเดิม
ตอนนี้ทุกคนที่เปลี่ยน facebook ให้เป็นแบบใหม่ แบบ timeline แล้วอาจไม่ถูกใจอยากกลับให้มาเป็นแบบเดิม เฟสบุ๊คแบบเดิม




วิธีเปลี่ยน Facebook New Profile ให้กลับมาเป็นแบบเดิม  
แค่คลิก... หน้า Timeline ก็หายวั๊บกลับไปเป็น Facebook ที่จริงใจเหมือนเดิม
หลังการเปิดให้ Facebook Timeline กันมาสักระยะ ก็มีเสียงตอบรับทั้งในแง่บวก และแง่ลบกันทีเดียว ในแง่บอกก็คงเป็นความพึงพอใจที่ได้ทำรูป Cover แนวสร้างสรรค์โชว์ไอเดียเจ๋งๆ อวดเพื่อนๆ บางคนก็ใช้เป็นพื้นที่ไว้โฆษณาขายของ

แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบก็คงรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ดูสับสนวุ่นวาย แถมยังขุดเรื่องเก่าๆ ออกมาโพสต์ให้เราเห็น บางคนที่ใช้เล่นผ่านแอพฯ บนSmartPhone ก็พบว่ามันมีปัญหาอยู่บ่อยๆ ที่ไม่ค่อยอัพเดตสิ่งที่เราพยายามโพสต์



ล่าสุดเว็บ SodaHead ได้ทำโพลสำรวจความเห็นของผู้ใช้ที่มีต่อ Timeline ได้ผลออกมาว่ามีผู้ใช้ Facebook กว่า 70% ที่ไม่ชอบเจ้าTimeline ส่วนที่ชอบนั้นมีเพียง 20% ของที่ทำการสำรวจ ส่วนอีก 10% ที่เหลือนั้นเป็นผู้ที่ไม่ได้ใช้งาน Facebook เมื่อแบ่งแยกผลสำรวจตามช่วงอายุ จะพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุอยู่ในช่วง 18-24 ปี ยอมรับการเปลี่ยนมาใช้ระบบ Timeline ได้ดีกว่าผู้ใหญ่ โดยคิดเป็น 30% ของทั้งหมดที่พอใจในตัว Timeline ในขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้่นไปนั้น มีผู้ที่ชอบ Timeline เพียงแค่ 10% เท่านั้นเอง

สรุปแล้วดูเหมือนคนจะไม่ค่อยชอบหน้าแบบ Timeline ดูได้จากจำนวนคลิกลิงก์เพื่ออ่านทิปเรื่อง เทคนิคหนี "หน้า" Timeline ใน Facebookเพื่อเปิดใช้แบบเก่า ที่มีสูงถึง 33,859 views ซึ่งวิธีการที่อธิบายในครั้งนั้นอาจดูยุ่งยากสำหรับหลายคน
วิธีเลิกใช้ facebook timeline ด้วย TimeLineRemove มีวิธีดังนี้

ซอฟต์แวร์ช่วยเปลี่ยนหน้า Facebook กลับไปเป็นแบบเดิมที่ใช้ง่ายนามว่า TimeLineRemove ใช้ง่ายมาก

1. ดาวน์โหลดโปรแกรม TimeLineRemove ไว้ที่เครื่อง แค่นี้เองเพราะแค่ติดตั้งโปรแกรมลงไปในเครื่องหน้า Facebook ก็จะถูกเปลี่ยนแบบเก่าทันที 
2. เวลาอยากกลับไป Timeline ก็แค่เอาโปรแกรมออก (Control Panel -> Uninstall a program) 
3. เพื่อนๆเราจะเห็น facebook เราแบบเดิม ก็ต่อเมื่อได้ลงโปรแกรมนี้เช่นกันนะ 
สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Timelineremove ได้ที่นี้เล้ย 

 Download Timeline Remove disable the new facebook timeline 

 ขอบคุณที่มาภาพและบทความจาก sanook.com  

ขั้นตอนการ ยกเลิก Facebook Timeline ด้วย   TimelineRemove ใน Chrome 





  เมื่อกดดาวน์โหลด จะเห็นหน้าตาเป็นแบบในภาพ (ใช้ Google Chrome เข้านะ) ให้สังเกตตรงมุมขวาด้านบน (ดูรูปประกอบ) เมื่อคลิกเสร็จแล้วจะดาวน์โ
หลดและให้เรายืนยัน หากคุณยืนยันเรียบร้อยแล้ว ให้ลองเปิดfacebookด้วย Google Chrome ทีนี้หน้า timeline ก็จะหายไป แต่อย่างไรก็ตามใช้่ได้แค่เฉพาะ Google Chrome เท่านั้นนะ
คนที่ต้องการจะลบเฟสบุ๊ค timeline มาดาวน์โหลด  TimelineRemove ได้เลย



00000.jpg 

สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Timelineremove ได้ที่นี้เล้ย 

เครดิต http://board.postjung.com
Read more
X คอร์สเรียนแฮกเกอร์ - Hacker-Security (Online course and Ebook)